[Maleficent/Aurora fic] Along the Muddy River

Twisted Backbone

Pairing: Maleficent/Aurora (Malora)

Rating: PG

Author’s Notes:

– ไปดู Maleficent แล้วความสัมพันธ์ของสองคนนี้ค้างอยู่ในหัว เลยอยากเขียนดูค่ะ /พบว่าเป็นหนังที่อยากเขียนฟิกขยายความมาก 5555 (ไม่ได้เขียน femslash มานานแล้วแฮะ…) เขียนออโรร่าไม่ค่อยถูกใจตัวเองนัก (พยายามจะเขียนตัวนางแบบพยายามจะโตขึ้นต่อจากในหนัง 55) แต่ยังไงก็ขอแชร์ไว้ ณ ที่นี้แล้วกันค่ะ

– ตอนแรกกะจะเขียนฟิกสั้นมหาสั้น แต่ทำไมมันไม่จบ งั้นตัดตอนไปก่อน… ไว้จะมาต่อค่ะ o<-< เมื่อก่อนเน้นอัพฟิกที่แต่ละบทจะยาว ๆ… แต่หมู่นี้คงอัพไปทีละนิดมากกว่า (อัพบทยาวแล้วเราจะแอบกดดันตัวเอง ฮา) ไม่ซีเรียสเนอะคะ

* * *

 Along the Muddy River

 1.

“ท่านแม่ทูนหัวไม่ต้องพาข้าไปนอนในวันนี้นะคะ” ออโรร่าเอ่ยขึ้นระหว่างนั่งแกว่งขาอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ที่ย้อยลงมาใกล้สายน้ำ ปละปล่อยให้ปลายนิ้วเท้าปัดผ่านผิวน้ำวารี คิ้วข้างหนึ่งของมาเลฟิเซนต์เลิกขึ้นคล้ายแปลกใจ มุมปากขยับเป็นรอยยิ้ม ออโรร่าอมยิ้ม ก้มพินิจก้อนกรวดที่อยู่ในน้ำ พลางว่า “ข้ามักจะลืมตาตื่นขึ้นมาขณะนอนอยู่บนเตียงอันคุ้นเคย ผ่านค่ำคืนที่ไร้ฝัน… หลับสนิทและสบายอย่างที่สุด ค่ำคืนส่วนใหญ่ในชีวิตของข้าเป็นเช่นนั้น… ครั้นข้าได้เริ่มปกครองราชอาณาจักรมาเพียงไม่นาน ข้าก็พบว่ามิใช่มนุษย์ทุกคนที่สามารถหลับได้เฉกนั้น” ออโรร่ามองมาเลฟิเซนต์ด้วยสายตาอ่อนโยน “ในคืนนี้ข้าปรารถนาจะครุ่นคิดอะไรก่อนเข้านอน จึงไม่ต้องการให้ท่านช่วยข้าให้ข้าหลับสนิทในวันนี้ ท่านนางฟ้าแม่ทูนหัวของข้า”

“โอ้ เรื่องที่อยากครุ่นคิดนั้นใช่เรื่องที่เจ้าปฏิเสธคำขอแต่งงานของเจ้าชายฟิลลิปรึเปล่า” ดิอาวัลแทรกถามขึ้นมา แต่แล้วก็ดูชะงักงันไปเมื่อมาเลฟิเซนต์ปราดตามองมาที่เขา

ออโรร่าหัวเราะ “ไม่ใช่เสียทีเดียวดอก… ข้า… เพียงแต่หวนคิดถึงเหล่าคำถามที่ข้ายังมิได้แสวงหาคำตอบ บางอย่างก็เป็นเพียงเรื่องเก่า ๆ… แต่ก็จริงอยู่ที่เรื่องของฟิลลิปอาจทำให้ข้าฉุกคิดหลายอย่างขึ้นมาได้ ข้ามิใช่เด็กเฉกกาลก่อน ข้าต้องตัดสินใจด้วยความคิดพิเคราะห์ของข้าเอง และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนมากขึ้น…”

ดิอาวัลอ้าปาก แต่แล้วเขาก็กลายร่างเป็นอีกาเสียก่อนเมื่อมาเลฟิเซนต์ขยับข้อมือ จึงเกิดเพียงเสียง แกว๊ก เท่านั้น อีกาจ้องมาเลฟิเซนต์ นางทูตแห่งเมืองทิพย์เพียงผงกศีรษะให้ ดิอาวัลจึงบินห่างออกไป ปล่อยให้มาเลฟิเซนต์ได้มีเนื้อที่สนทนากับเจ้าหญิงแห่งเมืองมนุษย์โดยไม่ข้องเกี่ยว

ออโรร่าหยุดแกว่งเท้ากับน้ำแล้ว พลางทอดมองทิวทัศน์เบื้องหน้า “พระบิดาของข้า…”

มาเลฟิเซนต์นิ่งฟัง นี่ไม่ใช่การเริ่มต้นประโยคที่ข้าคาดไว้

“ข้าทราบว่าผู้เป็นพ่อได้สิ้นชีวาไประหว่างการต่อสู้กับท่าน แม่ทูนหัว แล้วข้าก็ได้รู้แล้วว่าพระบิดาคือผู้ที่ขโมยปีกของท่านมา… แต่ก็ไม่เคยถามไถ่เรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้เลย”

“ข้าไม่ปรารถนาจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มากไปกว่าที่ข้าเคยบอกเจ้า” มาเลฟิเซนต์กล่าว สีหน้าดูนิ่งลง หากแววตายังเจือความอ่อนโยน

ออโรร่าเพียงมองกลับไปด้วยดวงตาไร้เดียงสาเฉกเคย ไร้คำกล่าวหาหรืออารมณ์ขัดใจอันใดแม้อีกฝ่ายจะเลี่ยงเล่าเรื่องที่นางใคร่รู้ นางเพียงแต่เปลี่ยนเรื่องไปด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ “ท่านเคยตกหลุมรักใครสักคนรึเปล่า ท่านแม่ทูนหัว”

มาเลฟิเซนต์โคลงศีรษะ “เคยสิ”

ออโรร่าแย้มยิ้มและหัวเราะ สีหน้าคล้ายเด็กกำลังรอฟังนิทาน กระนั้นก็ดูเจือความฉงนสงสัยมากกว่าความกระตือรือร้น “แล้วตอนนั้นมีความสุขไหมคะ”

เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยสุรเสียงอ่อนโยนที่นางฟ้าแห่งเมืองทิพย์ใช้กับออโรร่ามากกว่าผู้ใด

“เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของข้า ทว่ามันคงอยู่เพียงสิบกว่าปี”

ดวงตาของออโรร่าฉายแววสงสัยยิ่งขึ้น นางเขยิบมาใกล้ผืนดิน ก่อนจะทิ้งกายลงจากกิ่งไม้ใหญ่ เท้าข้างหนึ่งทิ้งลงบนขอบสายน้ำ ทำให้ชายกระโปรงสีฟ้าเปียกปอน – นางเป็นคนที่ไม่เคยระวังเรื่องนี้เลย มาเลฟิเซนต์คำนึง ออโรร่าจะก้าวอยู่บนโคลน เนื้อดิน ผืนหญ้า และสายน้ำตื้น ๆ ราวกับสิ่งเหล่านั้นเป็นหนึ่งเดียวกับนาง ไม่เคยหวาดกลัวที่จะเปรอะเปื้อน ไม่เคยหวาดกลัวที่จะถูกทำร้าย

ออโรร่าโถมเข้าไปกอดรอบลำคอของมาเลฟิเซนต์ นิ้วมือเล็กบางสัมผัสเส้นผมของนางฟ้าแม่ทูนหัวที่ครั้งหนึ่งเคยถูกซ่อนภายใต้มกุฏทมิฬ

“ช่วงเวลาเช่นนี้มีความสุขเท่าคืนวันเหล่านั้นไหมคะ” ออโรร่าถาม

ก่อนที่มาเลฟิเซนต์จะทันได้ขยับตัว สตรีเบื้องหน้าก็ผละออกเสียก่อน

ออโรร่าหลุดสรวลหัวเราะเป็นทำนองเดียวกับสายลม แม้จะมีท่าทีขัดเขินกึ่งลนลานเล็กน้อย “ข้าหมายถึง—แม้ความรู้สึกคงไม่เหมือนกัน—ก็หวังว่าตอนนี้ท่านจะมีความสุขสงบที่สุด… ด้วยตั้งแต่ข้าจำความได้ การได้อยู่กับท่าน ณ เมืองทิพย์นี้เป็นช่วงเวลาที่ข้ามีความสุขที่—”

“มีสิ” มาเลฟิเซนต์ตอบ ไร้ซึ่งความลังเลในน้ำเสียง หากดวงตามองออโรร่าอย่างพินิจ ก่อนจะพูดเสริมขณะที่ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ “แต่ก็ถูกของเจ้า… ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันกับเมื่อกาลนั้นที่ข้าเคยตกหลุมรักครั้งแรก”

เสียงสรวลพลันสะดุดหยุดลง บางอย่างในประโยคนั้นทำให้ออโรร่าได้แต่นิ่งงันมองมาเลฟิเซนต์อยู่ครู่หนึ่ง…

View original post 14 more words

Advertisements

“วิถีแบบไทยๆ” กับคำตอบว่าทำไมความคิดใหม่ๆ ถึงเกิดขึ้นได้ยากบนแผ่นดินนี้

Geekjuggler's Think Tank

ข้อความข้างต้นฟังดูแล้วอาจแทงใจดำ แต่นี่คือความจริงที่คนไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่ (และไม่มีใครกล้าที่จะออกมาบอก)

หัวข้อนี้ผมได้มาจากการไปฟังเสวนา “Very Thai: Cultural Filter” โดย Philip Cornwel-Smith ผู้เขียน “Very Thai” หนังสือที่ว่าด้วยวัฒนธรรม “แบบไทยๆ” ที่เราเองก็ไม่เคยสงสัย หาความหมาย หรือ ตั้งคำถามกับพวกมันมาก่อน เช่น การเอาทิชชู่สีชมพูมาห่อช้อนส้อม หรือ ทำไมไฮโซต้องตีกระบัง

จากความรู้ที่ได้รับตลอดเกือบสองชั่วโมงจากหนึ่งในคนที่มองสังคมไทยแบบถึงกึ๋นที่สุด
ประโยคที่ผมฟังแล้วถึงกับต้องหยิบสมุดมาจดในทันที (และเป็นที่มาของ blog นี้) คือ

Foreign Designers of ‘Thai Style’ were more Freedom
นักออกแบบชาวต่างชาติมีอิสระมากกว่า (คนไทย) ในการเล่นกับ ‘ความเป็นไทย’ 

View original post 203 more words

[DLGL] Death Rising

ข้าไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่เคยเป็นจึงไม่เป็นอย่างที่เคย…

“สกัลจ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่รู้เหมือนกันหม่าม้า….”

มันจะใช่อย่างที่ข้าคิดรึเปล่านะ

“หน้านิ่วมาเชียว ไหนเดี๋ยวหม่าม้าจะ….อ๊ะ คุณออโรร่า…..”

….แล้วหม่าม้าก็ไม่กลับมาอีกเลย

เราก็คิดอยู่แล้วล่ะ หม่าม้าน่ะ เอาแต่เล่นกับเพื่อนไม่มาเล่นกับเราบ้างเลย

รู้แล้ว! นั่นคือผู้ใหญ่สินะ! หรือเราควรจะหัดกินชา แต่มันร้อนนี่นา…แล้วก็ไม่รู้ว่าถ้ากินกับเพื่อนจะทำตาแปลกๆแบบหม่าม้ารึเปล่า

…แล้วนี่เรามีเพื่อนกี่คนกันนะ….

….ลูอิสเคยบอกว่าอยู่ที่เก้าอี้นวม เอ๊ย เรือ….ลูอิสจิบชาแล้วตาจะหรี่ลงมากกว่าทุกที แล้วหลังจากนั้นจะเริ่มพูดอะไรสนุกๆอย่างการผจญภัยในเก้าอี้ แต่ลองนั่งดูแล้วไม่เห็นไปไหนๆได้ บางทีลูอิสอาจจะมีวิธีอะไรอุบไว้อีก

ไปถามลูอิสที่เรือดีกว่า

++++++++

‘ไปถามลูอิสที่เรือดีกว่า’

คิดอะไรกันนะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ข้าไม่เคยออกจากหอสมุดไปไกลเกินรัศมีหนึ่งกิโลเมตร แล้วจะรู้ว่าเรืออยู่ที่ไหนได้อย่างไร

แล้วก็ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนด้วย

ข้าพลาดที่ไม่ได้หาเสบียงใส่ท้องก่อนจะออกมา ตอนนี้นอกจากอาการแปลกๆนั่นข้ายังหิวอีก โชคยังเข้าข้างที่ข้าเป็นแวมไพร์ ไม่อย่างนั้นคงสภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่านี้

แต่แวมไพร์หิวตายนี่ก็ใช่ว่าจะไม่มี…

ผ้าคลุมเริ่มสั้นลงนิดหน่อย แม้แต่ข้าเองก็สูงขึ้นอย่างนั้นรึ เหมือนจะเร็วกว่าแวมไพร์ที่โตแล้วมากอยู่ แต่หากเทียบกับมนุษ….

กลิ่นนั่น…..

อะไรบางอย่างปั่นป่วนอยู่ในตัวข้า ราวกับว่าจู่ๆทั่วทั้งตัวก็มีชีวิตขึ้นมา ข้าเห็นแม้หยดน้ำที่ร่วงลงบนดอกกุหลาบ ข้าเห็นเหลือบไรบนขนสัตว์ ข้าเห็นแมลงบนใบหญ้า ข้าเห็น….

….ข้าเห็นมัน…

เจ้าตัวผอมแห้งก้มจนแทบติดพื้น ตัวคงใหญ่กว่าข้าซักสามเท่า แต่ตัวสั่นเทานั่นทำให้ความน่าเกรงขามที่ควรจะมีหายไป ขนขี้เรื้อนนั่นบ่งบอกว่าเป็นพวกแวร์วูลฟ์ คงจะถูกทรมานมา

ข้าได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างดุดัน บางทีข้าอาจจะคิดไปเอง แต่นั่นไม่ได้สำคัญ

ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากลิ่นนั่น

ข้าลืมไปแล้วว่าทำไมมันถึงได้หอมนัก แต่มันช่างยั่วยวนและหวานหอมเกินกว่าจะเทียบด้วยสิ่งใดในโลกนี้

ข้าก้าวไปข้างหน้า

เจ้าสิ่งนั้นหันมา

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วนัก…

image

Beneath The Red Pants: Superman Deconstructed

James Rayneau

(Hi! While I do a bit of piecemeal work for these guys I’ll be providing very lame essays like the one below. As usual, the aim is to argue a point and illustrate it with random images. Enjoy.)
 
The eponymous target of Tarantino’s Kill Bill is known for having said that “Superman is the man. Clark Kent is the costume”. The impending release of Man of Steel has prompted a flurry of fan speculation; will we, finally, get a Superman who fits the bill? After the relative disappointments of Superman III, Superman IV : The Quest For Peace and Superman Returns, some fans are firmly of the opinion that a good Superman film will never be made. Superman, it might be said, is a difficult character to film. In contrast to the massive successes of Nolan’s Dark Knight Trilogy and the Iron Man franchise, Superman films have…

View original post 1,026 more words

[HA]stone cat quest

image

อ๊ะ พอดีเลย เจ้าน่ะ เจ้านั่นแหละ ข้าวานอะไรเจ้าอย่างสิ

เห็นป่าทางนั้นมั้ย วันก่อนข้าเดินเข้าไปแล้ว…เอ่อ….ออกจะน่าอายสำหรับผู้กล้าอย่างข้านะ แต่แมวหินพวกนั้นฟาดหัวข้าซะสลบ ดาบข้าก็หายไป บางทีคงจะตกอยู่แถวนั้น

ถ้าเจ้าจะเข้าไปเอาดาบมาให้ข้าก็จะดีมาก …..อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ มีของตอบแทนอยู่แล้วล่ะ ถุงเงินข้าอยู่ในท้องแมวหินพวกนั้นน่ะ ถ้าหาเจอก็เอาไปเลย

image

เงื่อนไขเควส:
-อยู่บริเวณเขตป่าวงกต
-ต้องมีฉากแมวหิน
-ดาบแค่ตกอยู่บนพื้น
-ไม่จำเป็นต้องสู้กับแมวหิน
-แต่ถ้าตีแมวหินแตกจะดรอปถุงเงิน (200G) *จะรับหรือไม่รับก็ได้*
-ต้องนำดาบกลับมาให้ได้ถึงจะผ่านเควส ไม่จำกัดวิธีการ

รางวัลจากเควส:
-Kak relationship +1
-200G(จากแมวหิน)
-1exp. จากminiquest